จากกรณีนักงานโรงงานผู้ผลิตกระเป๋าส่งออกยี่ห้อดัง ที่ อ.ลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ กว่า 300 คน ชุมนุมประท้วงเรียกร้องขอความเป็นธรรม เพราะถูกนายจ้างเอาเปรียบโดยการบีบให้เซ็นรับค่าจ้างวันละ 198 บาท หรือ 62% ของค่าจ้างที่สมควรได้รับทางกฎหมายวันละ 320 บาท โดยบริษัทอ้างว่าไม่มีออเดอร์งาน ซึ่งพนักงานเรียกร้องให้จ่ายค่าจ้างตามกฎหมาย คือ ร้อยละ 75 หรือวันละ 240 บาทของค่าจ้าง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 ส.ค. บริษัท นารายณ์อินเตอร์เทรด จำกัด แบรนด์กระเป๋าชื่อดัง นารายา ได้ออกมาชี้แจง ระบุว่า คำชี้แจงข้อเท็จจริงจากบริษัท นารายณ์อินเตอร์เทรด จำกัด อ้างถึงประเด็นข่าว “โควิดพ่นพิษแรงงานกว่า 300 ฮือประท้วงถูกนายจ้าง บีบลดค่าแรง อ้างไม่มีออเดอร์ วอนรัฐช่วย” เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา เนื่องด้วยมีข้อมูลบางประการคลาดเคลื่อน ทางบริษัทฯจึงขอส่งจดหมายชี้แจงในกรณีดังกล่าวมาตามจดหมายที่แนบมานี้
ทั้งนี้บริษัทฯขอยืนยันให้ทราบว่าบริษัทฯยังคงเปิดดำเนินการต่อไป และจะมุ่งมั่นพัฒนาสินค้าไทยให้เป็นที่รู้จักด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจเดิม ด้วยคุณภาพและหัวใจ อย่างไรก็ตามบริษัทฯยังคงมีโรงงานและกำลังการผลิตที่เพียงพอกับคำสั่งซื้อของลูกค้าภายในประเทศและต่างประเทศโดยได้ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้น บริษัทฯคาดหวังว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดจะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นและเศรษฐกิจจะกลับมาดีขึ้นในเร็ววันเพื่อให้ทุกคนได้กลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติตามเดิม เราจะฝ่าวิกฤตไวรัสโควิดนี้ไปด้วยกันอย่างดีที่สุด
อย่างไรก็ตามเนื้อหาในประกาศสรุปใจความว่า 1.บริษัทได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด ทำให้ไม่มีออร์เดอร์กระเป๋าเข้ามา จึงได้การเจรจากับพนักงานทั้ง 2 โรงงานให้เข้าใจ และปิดกิจการชั่วคราว 3 เดือน ตั้งแต่ 1 พ.ค.-31 ก.ค. 63 เพื่อให้พนักงานได้เข้าสู่กระบวนการเยียวยาของรัฐบาล และได้รับเงินชดเชยจากสำนักประกันสังคม
2.พนักงานมีข้อเสนอด้วยความสมัครใจแจ้งกลับมายังบริษัทฯ ว่าจะขอรับค่าจ้าง 62% ของค่าจ้าง แต่เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 63 กลับเกิดเหตุการณ์ประท้วงดังกล่าวขึ้น เพราะไม่สามารถจ่ายค่าแรง 100% หรือ 75% เพราะไม่มีออเดอร์ ซึ่งการเพิ่มค่าแรงตามคำเรียกร้องจะทำให้ส่งผลกระทบทางธุรกิจของบริษัทฯ เป็นอย่างมาก
3.เนื่องจากสถานการณ์การแพร่เชื้อโควิดยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง พร้อมทั้งยังไม่มีออเดอร์กระเป๋าเข้ามา จึงมีการประชุมผู้บริหาร และมีมติในที่ประชุมที่จะปิดโรงงานที่ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ตั้งแต่วันที่ 16 ส.ค. 63
ขอบคุณภาพประกอบ : แรงงานเพื่อสังคม