“การบินไทย” เหลือเงินติดกระเป๋า 1.4 หมื่นล้าน พอจ่ายค่าบริหารและเงินเดือนพนักงานแค่เดือน ต.ค. นี้ ด้านอนาคตยังไร้ความแน่นอน คาดต้องรอต้นปี 64 ถึงเปิดบินได้ปกติรายงานข่าวจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ล่าสุดการบินไทยมีเงินสดหมุนเวียน ที่สามารถนำมาใช้จ่ายในการบริหารจัดการบริษัทและจ่ายเงินเดือนพนักงานได้ถึงเดือนตุลาคม 2563 เท่านั้นข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 การบินไทยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเหลือเพียง 1.4 หมื่นล้านบาท โดยที่ผ่านมานายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (DD) การบินไทย พยายามเร่งผลักดันมาตรการเพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่เป็นผลมากนักในส่วนของมาตรการเพิ่มรายได้นั้น พบว่ารายได้หลักจากค่าบัตรโดยสารยังมีเข้ามาจำนวนน้อยมาก โดยส่วนใหญ่มาจากการเปิดบินเที่ยวบินพิเศษขนส่งคนกลับสู่ภูมิลำเนา ด้านเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ตามปกติยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้ เพราะรัฐบาลไทยยังไม่มีมาตรการเปิดน่านฟ้าและยังไม่สามารถระบุได้ว่า จะกลับมาเปิดบินอีกครั้งได้เมื่อไหร่แต่เบื้องต้นคาดว่า อาจจะกลับมาบินอีกครั้งช่วงต้นปี 2564 เนื่องจากต้องรอให้มีการผลิตและใช้วัคซีนได้ก่อน ขณะที่รายได้จากการขายอาหารของครัวการบิน และฝ่ายซ่อมบำรุงมีเข้ามาไม่มากด้านมาตรการลดค่าใช้จ่ายนั้น พบว่าไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แม้ว่าบริษัทได้ดำเนินโครงการ Together We Can ด้วยการปรับลดค่าตอบแทนและเงินเดือนผู้บริหารระดับสูงลง 40-70% รวมทั้งเชิญชวนให้พนักงานเข้าร่วมโครงการสมัครใจลดเงินเดือน และหยุดงานโดยไม่รับค่าตอบแทน (Leave without Pay) มาอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการให้พนักงานทำงานที่บ้านเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลงรายงานข่าวแจ้งว่า ปัจจุบันการบินไทยสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายภาพด้านบุคลากร ซึ่งเกิดจากการยินยอมปรับลดเงินเดือนของผู้บริหารและพนักงาน ได้ รวมทั้งสิ้น 261 ล้านบาทต่อเดือนเท่านั้น แบ่งออกเป็นดังนี้ฝ่ายผู้บริหารระดับสูง 3.7 ล้านบาทต่อเดือนฝ่ายพนักงาน 257 ล้านบาทต่อเดือนส่วนค่าใช้จ่ายด้านการดำเนินงานของบริษัทซึ่ง ได้แก่ ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้านั้น พบว่าหลังจากบริษัทใช้นโยบายทำงานที่บ้านเป็นเวลา 3 เดือน ระหว่างเดือนเมษายน-มิถุนายน 2563 บริษัทสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาได้เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 11 ล้านบาท หรือเฉลี่ยเดือนละ 3.6 ล้านบาท แบ่งออกเป็น1.การบินไทย สำนักงานใหญ่ ประหยัดค่าไฟฟ้าได้ 5.3 ล้านบาท เหลือค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 14.3 ล้านบาท และประหยัดค่าน้ำได้ 2.4 แสนบาท เหลือ 5.9 แสนบาท2.สำนักงานหลักสี่ ประหยัดค่าไฟฟ้าได้ 1.55 ล้านบาท เหลือค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 7 แสนบาท และประหยัดค่าน้ำได้ 2.3 หมื่นบาท เหลือค่าน้ำอยู่ที่ 8 หมื่นบาท3.สำนักงานดอนเมือง ประหยัดค่าไฟฟ้าได้ 8.2 หมื่นบาท เหลือค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 2 แสนบาท และประหยัดค่าน้ำประปาได้ 5.6 พันบาท เหลือค่าน้ำอยู่ที่ 3.5 หมื่นบาท4.สำนักงานหลานหลวง ประหยัดค่าไฟฟ้าได้ 7.5 แสนบาท เหลือ 1 ล้านบาท และประหยัดค่าน้ำประปาได้ 1.2 หมื่นบาท เหลือ 3.8 หมื่นบาท5.ศูนย์ปฏิบัติการ OPC ประหยัดค่าไฟฟ้าได้ 2.9 ล้านบาท เหลือค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 4.5 ล้านบาท ส่วนค่าน้ำประปาพบว่ามีการใช้เพิ่มขึ้น 3 หมื่นบาท ค่าน้ำอยู่ที่ 5.6 แสนบาทอ่านข่าวเพิ่มเติม‘ชาญศิลป์’ เผยเจ้าหนี้รายใหญ่ส่งหนังสือหนุน ‘การบินไทย’ ทำแผนฟื้นฟูเอง‘ชาญศิลป์’ ยังไม่ฟันปิด ‘ไทยสมายล์’ บอกต้องรอแผนฟื้นฟูแล้วเสร็จด่วน!! ‘การบินไทย’ แจ้งผลประกอบการครึ่งปีแรก ขาดทุนยับ 2.8 หมื่นล้าน(อัพเดต) Add Friend Follow
Previous Articleบินไทยถังแตก!เหลือ1.4หมื่นล้าน พอจ่ายพนง.ได้แค่ต.ค. – เดลีนีวส์