“บุคคลแนวหน้า” ใน “หนังสือพิมพ์แนวหน้า สื่อ อุดมการณ์มั่นคง ตรงไป ตรงมา www.naewna.com” ฉบับนี้ “ไม้หน้าสาม” ยังเกาะติดความเคลื่อนไหวทางการเมือง ทั้งกิจกรรมการชุมนุมของนักเรียน นิสิตนักศึกษาประชาชนรากหญ้าที่อุตริใส่แอกตัวเองให้ “นักการเมืองอีแอบสัมภเวสี” ติดแอก-สนตะพายเสียอย่างนั้น…
nn ขณะที่นักเรียนหลายระดับชั้นออกมาเคลื่อนไหว ติดริบบิ้น ชู 3 นิ้ว เชิงสัญลักษณ์ และเป่านกหวีดไล่ “อดีตขุนพล กปปส.-ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เสมา 1-รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ” พร้อมๆ กับกดดันให้ “ทหารแก่-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีลุกอำลาเก้าอี้ ให้ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ หลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย นักการเมืองทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลก็ขานรับดำเนินการลงมติหนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่คนส่วนใหญ่ลืมไปว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่างขึ้นมาล้อมคอกเพื่อไม่ให้นักการเมืองลิ้นสองแฉกออกนโยบายเชิงทุจริตคอร์รัปชั่น อย่างกรณี “โครงการรับจำนำข้าวทุกเม็ดของรัฐบาลอีโง่-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” และ “พรรคเพื่อไทย” ท่ีรัฐเสียหายจากโครงการนี้กว่า เจ็ดแสน-แปดแสนล้านบาท “ป้องกันการฟอกเงิน-การแปลงค่าสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต” ที่รัฐสูญเสียรายได้ให้กับภาคเอกชนกว่า หกหมื่นกว่าล้านบาท…
nn นี่ใช่ประเด็นหลักที่แอบซ่อนกับเหตุผลของการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้หรือไม่ ทั้งค่าโง่บ่อบำบัดน้ำเสีย ค่าโง่โฮปเวลล์ ทั้งที่ดินส.ป.ก.4-01 ทั้งเรื่องงบก่อสร้างสถานีตำรวจคดีปุ๋ยปลอมคดีทุจริตจัดซื้อครุภัณฑ์อาชีวะทุจริต คดีถนนปลอดฝุ่น คดีทุจริตสนามฟุตบอล ฟุตซอลของสพฐ. ฯลฯ โดยเฉพาะที่จังหวัดนครราชสีมา สรุปสั้นๆ ว่า เหล่าภูตผี-สัมภเวสี-เปรตเห็นประชาชนใส่พระดีใส่เครื่องรางของขลังเข้าหากินอาจมปฏิกูลไม่ได้ ก็เรียกร้องให้ถอดของขลังพระดีเหล่านั้นออกเพื่อให้นักการเมืองเหล่านี้ได้เสพอาจมและกลืนกินปฏิกูลโดยสะดวกยังไงยังงั้นเลย…
nn จับตาลีลาพลิ้วยกหมวด 1, หมวด 2 มาเบี่ยงเบนความน่าสนใจ สังคมไทยต้องตั้งสติมีสมาธิเพื่อให้เกิดพลังปัญญาหลังเปิดทางตั้ง “ส.ส.ร.-สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ” เสร็จสิ้น ต้องเรียกร้องและตอกย้ำให้คงไว้ซึ่งหมวดและมาตราที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่น…
nn นึกว่าประเทศไทยจะไม่อินเทรนด์อย่างเพื่อนบ้านเสียแล้ว แต่ความดีใจนั้นก็เก้อเป็นม่ายจนได้ เมื่อล่าสุด “โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล” ตรวจพบ 2 หญิงไทย ติด “เชื้อไวรัสโควิด-19”ซึ่งเดินทางกลับมาจากดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และถูกนำตัวเข้าสถานกักตัวของรัฐนาน 14 วัน ออกมาใช้ชีวิตปกติ รายแรกเป็นซากเชื้อ ส่วนรายหลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ปิดฉากสถิติไม่พบผู้ติด “เชื้อโควิด-19” ในประเทศนาน 86 วัน…
nn “หมอหนู-อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข” รีบออกตัว “ไม่เกี่ยวการเมือง-ไม่กระทบการใช้ชีวิตของประชาชน ที่สำคัญยังชุมนุมติดแอกปลดแอกจะติดริบบิ้นขาวจะชู 3 นิ้วแบบลูกเสือหรือเชิงสัญลักษณ์ปฏิวัติฝรั่งเศสยังกระทำได้” ดังเดิม“ทุนทรัพย์” ที่ระดมตระเตรียมกันไว้ก็ยังไม่ต้องส่งคืนไปไหนจัดกิจกรรมละลายแม่น้ำไปดักเก็บปลายท่อได้เช่นเดิม…
nn อย่างที่ทราบกัน “เชื้อไวรัสโควิด-19” ทำเศรษฐกิจโลกจับไข้ตกเหวกันเป็นแถว “สุชาติ ชมกลิ่น จับกัง 1”คนล่าฟิตเปรี๊ยะ!! ยืนยันว่าจะมีคนตกงานราว 2 ล้านคน หลายวันก่อน “โรงแรมมิราเคิล” เปิดรับสมัครพนักงาน 300 อัตรา คนแห่แหนเข้าคิวสมัครเกือบ 20 เท่า ราว 5,000 ชีวิต แทบกราบเท้าท่านประธานขอให้รับเข้าทำงานตำแหน่งใดก็ได้เงินเดือนแล้วแต่จะให้ สมเพชนักคนหิวปชต.เรื่องมายาแต่สงสารจับใจคนจนหิวข้าวอดอยากปากแห้งของจริง 30 บาทรักษาทุกโรค ก็ไม่ไหว เพราะโรคเบาหวาน ความดัน หลอดเลือดหัวใจ เบาหวานแผลเน่าต้องตัดขาเหล่านี้สาหัส ต้องให้ตัดแขนขาเพื่อรักษาชีวิตหมดอนาคตทำมาหากิน ต้องรอรับเบี้ยคนพิการเดือนละไม่ถึงพันบาทอนาถใจยิ่งนัก “ไม้หน้าสาม” ตะโกนดังๆ ตอกย้ำอีกครั้งก่อนจะยอมเชือดอวัยวะทิ้งผู้ป่วยควรหาโอกาสปรึกษาแพทย์แผนไทยแพทย์ทางเลือกก่อน “ภูมิปัญญาบรรพบุรุษตำรับยาสมุนไพรไทย”อาจช่วยได้…
nn “หมอเณร-ชัยรัตน์ นนทชัย” ปราชญ์พื้นบ้านเป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถรักษาผู้ป่วยเบาหวานแผลเน่าไม่ต้องตัดอวัยวะใดๆ แต่เจียดยาสมุนไพรให้ผู้ป่วยกินแผลเน่าแห้งเรียกเนื้อคืนได้อย่างน่าอัศจรรย์!! ระดับน้ำตาลลดปกติสมุนไพรไทยของดีคู่ควรเมืองมิได้มีแค่กัญชง-กัญชาที่วงการแพทย์ทึ่ง ตื่นไฟทั้งที่ไม่แน่ชัดกับผลข้างเคียงยาเสพติดซ้ำยังมีงานวิจัยบ่งชี้ว่าใช้รักษาสัตว์ดีกว่าคน ใครเป็นเบาหวาน โรคหัวใจ ความดันโลหิตรักษาไม่หาย ลองไปปรึกษาหมอเณรที่สวนสมุนไพรห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ส่งเสริมภูมิปัญญาไทยแล้วจะรู้ว่าแพทย์แผนไทยมีดีจริง…
nn ทิ้งท้าย เมื่อเร็วๆ นี้ “ธัญญาเนติธรรมกุล” อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และ “พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล” รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วย “ความร่วมมือทางวิชาการ และส่งเสริมความรู้ด้านการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า เพื่อพัฒนาผู้ก้าวพลาด” ร่วมอนุรักษ์สัตว์ป่า เพื่อให้เกิดความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม และบรรลุวัตถุประสงค์ของทั้ง 2 หน่วยงาน ซึ่ง MOU นี้ จะช่วยสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่เรือนจำและทัณฑสถาน ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่านอกถิ่นกำเนิด อย่างยั่งยืน และเพื่อประโยชน์ในการแก้ไข ฟื้นฟู พัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขัง รวมถึงเป็นสถานที่ให้บริการความรู้ด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่าแก่ประชาชนที่เข้ามาเยี่ยมชมพื้นที่ อันเป็นการสร้างโอกาสและการยอมรับให้แก่ผู้ต้องขัง ตลอดจนผู้พ้นโทษในการคืนคนดีสู่สังคม…nn
ไม้หน้าสาม