ICDI ผนึกนักวิชาการ มช. ผุดนวัตกรรม ป้องกันแรงงานจากชุมชนปลอดโควิด-19 – เชียงไหม่นิวส์

0
172

วิทยาลัยนานาชาตินวัตกรรมดิจิทัล (ICDI) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ อสม. เฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุม การระบาดของโควิด-19 ระยะที่ 2 สู่แรงงานจากชุมชน โดยใช้แอพพลิเคชั่นผ่อดี (PODD Application) ทำกิจกรรมต้นแบบ หวังฟื้นฟูความเชื่อมั่นทั้งเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ในจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน
ทั้งนี้ วิทยาลัยนานาชาตินวัตกรรมดิจิทัล (ICDI) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับอนุมัติจากกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมให้เป็นหน่วยงานจ้างงาน ภายใต้โครงการจ้างงานประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ระยะที่ 2 เพื่อทำกิจกรรมต้นแบบระบบเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมการระบาดของโควิด-19 ให้กับแรงงานจากชุมชน เพื่อทำงานในนิคมอุตสาหกรรม, สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ จังหวัดลำพูน และภาคการท่องเที่ยว จังหวัดเชียงใหม่
จากการเกิดโรคติดต่ออุบัติใหม่ และอุบัติซ้ำ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในโลก การแพร่ระบาดเป็นไปอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ทำให้เกิดผลกระทบรุนแรงต่อระบบสาธารณสุข เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศทั่วโลก เช่น ไวรัสโควิด-19 ที่ระบาดในปัจจุบัน นับเป็นภัยคุกคามมวลมนุษยชาติด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDGs) ด้านสุขภาพที่ดีของประชากรโลก (Good Health and Well-being) และ ด้านความมั่นคงทางอาชีพและเศรษฐกิจ (Decent Work and Economic Growth)
จังหวัดเชียงใหม่และลำพูนเป็นพื้นที่ที่มีบทบาทสำคัญทางเศรษฐกิจ นอกจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่มูลค่า ประมาณ 100,000 ล้านบาทก่อนวิกฤติโควิด-19 แล้ว พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นโรงงานอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม อุตสาหกรรม ด้าน เกษตร อาหาร ฯลฯ รายได้จากภาคอุตสาหกรรมคิดเป็นมูลค่าประมาณ 100,000 ล้านบาทต่อปี และรายได้จากภาคเกษตรกรรมคิดเป็นมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาทต่อปี  จึงกล่าวได้ว่าทั้งสองจังหวัดเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของ เศรษฐกิจในแนวใหม่ ที่จะนำความมั่งคั่งไปสู่ชุมชนในท้องถิ่นอย่างทั่วถึง (BCG Economy)
หากมีการระบาดของโรคอุบัติใหม่ในโรงงานเกิดขึ้น อาจทำให้ต้องปิดโรงงาน ซึ่งจะส่งผลให้โรงงานขาดโอกาสเติบโตทางธุรกิจ โดยเฉพาะโรงงานเกษตรอาหาร ทั้งโรงงาน พนักงานและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในห่วงโซ่ธุรกิจ (Value Chain) ขาดรายได้ ประชาชนที่อยู่โดยรอบพื้นที่อุตสาหกรรมก็ได้รับผลกระทบด้วย ทั้งกลุ่มพนักงานด้วยกันเอง ครอบครัว หรือคนในชุมชนเดียวกันกับพนักงาน ส่งผลให้สุขภาพย่ำแย่ สูญเสียค่าใช้จ่ายเนื่องมาจากการรักษาพยาบาลเป็นมูลค่ามหาศาล คุณภาพชีวิตต่ำลง
ผศ.ดร.ณพศิษฎ์ จักรพิทักษ์ คณบดีวิทยาลัยนานาชาตินวัตกรรมดิจิทัล (ICDI) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า โครงการนี้ มีผู้ร่วมงานหลายฝ่าย ได้แก่ ศ.ดร.พญ.ลักขณา ไทยเครือ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย เป็นผู้ออกแบบระบบป้องกัน วิธีเฝ้าระวัง และการคัดกรอง โดยใช้แอปพลิเคชันผ่อดีดี (PODD Application) เป็นเครื่องมือในการเฝ้าระวังโรคในคน สัตว์ สิ่งแวดล้อม ซึ่งได้มีการเพิ่มระบบการเฝ้าระวังโรคโควิด-19  และ มี รศ.น.สพ.ดร.เลิศรัก ศรีกิจการ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมสุขภาพหนึ่งเดียว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  เป็นผู้พัฒนาแอปพลิเคชันผ่อดีดีจากการดำเนินงานมาแล้วเป็นระยะเวลา 1 เดือน โดยได้รับการสนับสนุนจากสาธารณสุขจังหวัด มอบให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จำนวน 50 ตำบล ทำหน้าที่ผู้ช่วยวิจัย ในจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน โดยใช้แอปพลิเคชันผ่อดีดี (PODD Application) และ Line เป็นเครื่องมือ ในการดำเนินงาน อสม.ในพื้นที่ พบว่าทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบเกี่ยวกับการเกิดโรคระบาดในพื้นที่ ทราบและลงไปแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว เช่น สาธารณสุขจังหวัด สาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เป็นต้น
โดย ทีม อสม. มีศักยภาพในการเข้าถึงกลุ่มประชาชนในพื้นที่ได้อย่างใกล้ชิด ทำให้การสังเกตการณ์ การสัมภาษณ์ บุคคลที่มาจากพื้นที่เสี่ยง รู้เท่าทันต่อบุคคลแปลกหน้าที่มาในพื้นที่ ส่งผลดีต่อการเฝ้าระวังการระบาด ซึ่งปัจจุบัน พบโรคระบาดอื่นเพิ่มเติม เช่น โรคชิคุนกุนย่า โรคไข้เลือดออก โรคไข้หวัดประจำฤดู เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการแบ่งปันข้อมูลข่าวสารกันภายในกลุ่ม ทำให้เกิดการเรียนรู้แนวทางการปฏิบัติตน การป้องกัน และแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดี อีกด้วย
“ซึ่งผลสำเร็จของโครงการนี้ เชื่อว่าจะนำไปสู่แนวทางควบคุมป้องกันการระบาดได้อย่างเหมาะสม รวดเร็ว เพื่อรักษาฐานการผลิตนิคมอุตสาหกรรมลำพูนที่ทำรายได้มากกว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี และรายได้จากการท่องเที่ยวราว 100,000 ล้านบาทต่อปี”