โดย ฝ่ายส่งเสริมธรรมาภิบาลและความยั่งยืนสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
(ก.ล.ต.)เมื่อไม่นานมานี้ Measuring Sustainability Disclosure
2019* เปิดเผยผลการจัดอันดับตลาดหลักทรัพย์ที่มีจำนวนบริษัทจดทะเบียนที่เปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนที่มีความครบถ้วนและมีประสิทธิภาพมากที่สุดประจำปี
2562
โดยเน้นปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมเป็นสำคัญ
ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการส่งเสริมของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
(ก.ล.ต.) และเป็นเรื่องน่ายินดีกับข่าวดีของตลาดทุนไทยที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยติดอันดับ
Top 10
โดยอยู่ลำดับที่ 9
จากตลาดหลักทรัพย์ 49
แห่งทั่วโลกและเป็นแห่งเดียวในเอเชียที่อยู่ใน 10 อันดับแรก**
สะท้อนถึงพัฒนาการที่ดีของบริษัทจดทะเบียนไทยในการดำเนินงานด้านความยั่งยืนและการเปิดเผยข้อมูลที่ได้มาตรฐานสากลก.ล.ต.
ในฐานะที่เป็นหน่วยงานกำกับดูแลและพัฒนาตลาดทุนไทยได้ร่วมมือกับหน่วยงานและองค์กรต่าง
ๆ อาทิ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย
และสมาคมที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ในตลาดทุนไทย ในการดำเนินนโยบายด้านการส่งเสริมการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนโดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลด้านความยั่งยืนมาโดยตลอด
เริ่มจากการกำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) และส่งเสริมจัดทำรายงานความยั่งยืนต่อสาธารณชนในรายงานประจำปี
ตั้งแต่ปี 2557
เพื่อให้สะท้อนถึงแนวนโยบายและทิศทาง
ตลอดจนความมุ่งมั่นในการดำเนินการด้านความยั่งยืนด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม
สิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (ESG) อย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรมควบคู่กับการดำเนินธุรกิจ
ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งที่นำไปสู่เป้าหมายการเป็นตลาดทุนที่ยั่งยืนMeasuring
Sustainability Disclosure 2019
เป็นรายงานการจัดอันดับของการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนทั่วโลก
ซึ่งจัดทำขึ้นเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ปี 2555 โดย Corporate Knights สื่อด้านความยั่งยืนจากประเทศแคนาดา
และได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก AVIVA
ผู้ลงทุนสถาบันระดับโลก
โดยได้ติดตามการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศที่เป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติ
ซึ่งพิจารณาจากจำนวนบริษัทจดทะเบียนที่มีรายได้ขั้นต่ำ 1
พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างน้อย 10
บริษัท เพื่อสำรวจข้อมูลด้านความยั่งยืนจากตัวชี้วัด 7
ด้าน ได้แก่ อัตราการลาออกของพนักงาน การใช้พลังงาน การปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ความปลอดภัยในการทำงาน ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน การจัดการของเสีย
และการบริหารการใช้น้ำจากรายงานของปี 2019 ข้างต้น
มีการเก็บข้อมูลการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่จำนวน 6,261
บริษัท จากตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก 49
แห่ง แบ่งเป็น 68%
เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่พัฒนาแล้ว และอีก 32%
เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เกิดใหม่ โดยใช้ฐานข้อมูลที่เน้นการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมเป็นหลักจาก
4
แหล่ง*** มาประเมินและประมวลเพื่อให้คะแนนการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนใน 3
ประเด็น ได้แก่ (1) อัตราการเปิดเผยข้อมูลตัวชี้วัด
7
ด้าน (Disclosure Rate) จากผลประเมินพบว่าตลาดหลักทรัพย์
Nasdaq Helsinki มีอัตราการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวสูงที่สุดที่
80.6%
สำหรับตลาดหลักทรัพย์ไทยอยู่ที่ 60.3%
(2) การเพิ่มขึ้นของการเปิดเผยข้อมูลด้าน ESG ของบริษัทจดทะเบียนเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า
(2013 – 2017) โดย
Bolsa de Comercio de
Buenos Aires มีอัตราการเพิ่มขึ้นสูงสุดที่ 40.9%
สำหรับตลาดหลักทรัพย์ไทยมีอัตราการเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 8.5%
และ (3) การเปิดเผยข้อมูลที่เหมาะสมต่อเวลาของบริษัทจดทะเบียน
(Timeliness) โดยดูจากจำนวนวันที่บริษัทเปิดเผยข้อมูลด้าน
ESG ในรายงานความยั่งยืนหลังจากสิ้นสุดปีงบประมาณ
ซึ่ง Nasdaq Copenhagen ใช้เวลาเฉลี่ยน้อยที่สุดที่
73
วัน ส่วนตลาดหลักทรัพย์ไทยใช้เวลาเฉลี่ยอยู่ที่ 105 วันนอกจากนี้ ในรายงานยังเปิดเผยประเด็นที่น่าสนใจ
เช่น
แนวโน้มของผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายการดำเนินงานด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
อีกทั้งมีหน่วยงานกำกับดูแลในหลายประเทศได้ออกกฎเกณฑ์ให้มีการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเพิ่มขึ้นทั้งแบบสมัครใจ
และภาคบังคับ แต่การเปิดเผยข้อมูลใน 7
ตัวชี้วัดไม่ได้มีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ชี้ให้เห็นว่าจำเป็นต้องมีแนวทางใหม่ ๆ (new approach) ที่มาส่งเสริมเรื่องการเปิดเผยข้อมูลให้เป็นที่แพร่หลายเพิ่มขึ้นอีก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบริษัทที่ยังไม่เคยเปิดเผยข้อมูลผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนสำหรับแนวทางการส่งเสริมด้านการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนนั้น
ล่าสุด สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดให้มีการรวมแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) และรายงานประจำปี
(แบบ 56-2) ให้เหลือเพียงรายงานเดียว (56-1 One report) ที่ได้ปรับปรุงให้มีการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนที่รวมอยู่ในกระบวนการทางธุรกิจ
(ESG in-process) โดยจะร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์ฯ
จัดอบรมการจัดทำแบบ 56-1
One report ให้แก่บริษัทจดทะเบียน รวมทั้งได้เตรียมจัดทำโครงสร้างข้อมูล (structured data) เพื่อใช้ในการวิเคราะห์และติดตามข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับบริษัทจดทะเบียน ให้เปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
การเคารพสิทธิมนุษยชน และการมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในแบบ 56-1 One report ตั้งแต่รอบปีบัญชีสิ้นสุด
31
ธันวาคม 2564
ส่วนบริษัทที่ออกและเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) ให้เริ่มเปิดเผยข้อมูลในแบบ
69-1
ที่ยื่นตั้งแต่ 1
มกราคม 2565
เป็นต้นไป นอกเหนือจากเพื่อลดภาระการรายงานของบริษัทจดทะเบียนแล้ว ผู้ลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพประกอบการตัดสินใจ
อีกทั้งแนวการเปิดเผยข้อมูลที่ปรับปรุงนี้ยังส่งผลต่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนตามแผนยุทธศาสตร์ของสำนักงาน
ก.ล.ต. แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติอีกด้วยการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนจึงถือเป็นหนึ่งในภารกิจหลักที่สำนักงาน
ก.ล.ต.
ให้ความสำคัญโดยได้พัฒนาแนวทางส่งเสริมและบูรณาการกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
เพื่อขับเคลื่อนให้ตลาดทุนไทยบรรลุเป้าหมายการเป็นตลาดทุนที่ยั่งยืน อันเป็นส่วนหนึ่งของการนำไปสู่ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของประเทศหมายเหตุ :*
https://www.aviva.com/content/dam/aviva-corporate/documents/socialpurpose/pdfs/corporate-knights-stock-exchange- ranking-2020.pdf** ตลาดหลักทรัพย์มาเลเซีย สิงคโปร์
ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย อยู่ในลำดับที่ 22 24 30 และ 36 ตามลำดับ*** ฐานข้อมูล
4 แหล่ง
ได้แก่ Carbon Disclosure
Project (CDP), Corporate Knights, Global Reporting Initiative (GRI) และ
Refinitiv
ข้อมุลบริษัทใหม่
- บริษัท ที.โอ เทคโนโลยี ซัพพลาย จำกัด
- บริษัท สยาม อัฐกร จำกัด
- ห้างหุ้นส่วนจำกัด จันทร์แจ่ม เอ็นจิเนียริ่ง
- ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศูนย์หนังสืออัญชลี
- บริษัท เอส.ที.ซี. โพลิเมอร์ เทรดดิ้ง จำกัด
- บริษัท พระราม 2 ยนต์การเซอร์วิส จำกัด
- บริษัท เอเอ็มโอ จำกัด
- บริษัท ซี.ดี.ไวร์คัท สตีล จำกัด
- บริษัท ม๊าค แพ๊ค เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด
- บริษัท คริสตัลสตาร์ จำกัด
วันจันทร์ 8 มิถุนายน 2026