“สุชาติ” เผยแรงงานเตรียมตำแหน่งงานเกือบ 1 แสนอัตราทั้งในและต่างประเทศ รองรับผู้ที่รับผลกระทบโควิด-19 พร้อมพัฒนาแพตฟอร์ม “ไทยมีงานทำ”รวบรวมตำแหน่งงานว่างรัฐ-เอกชน
อาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2563 เวลา 14.42 น.
เมื่อวันที่ 16 ส.ค. นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว. แรงงาน กล่าวว่า ตนตระหนักถึงปัญหาการว่างงานที่เกิดขึ้นกับแรงงานในทุกภาคส่วนของประเทศ เร่งสร้างงาน สร้างอาชีพ ทุกมิติ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนทันที ชี้ผลพวงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบถึงสถานการณ์การจ้างงานทั่วโลกไม่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น เผย ขณะนี้รวบรวมตำแหน่งงานว่างรองรับผู้ว่างงานได้แล้ว 91,444 อัตรา ยกระดับฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังพิษโควิด -19
รัฐบาลโดยการนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม นั้นให้ความสำคัญกับปัญหาการว่างงานที่เกิดขึ้นกับประชาชน และไม่ได้นิ่งนอนใจ ซึ่งทันทีที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ทางกระทรวงแรงงานได้จัดการวางแนวทางแก้ไขปัญหาการว่างงานและ เร่งดำเนินอย่างเร่งด่วนเพื่อกระตุ้นให้เกิดการจ้างงานอย่างเร่งด่วนทันที
โดยขณะนี้ กรมการจัดหางานได้ เตรียมตำแหน่งงานว่างไว้รองรับผู้ว่างงานได้แล้ว 91,444 อัตรา แบ่งได้ ดังนี้ 1. เปิดตลาดในต่างประเทศ จากข้อมูลของกองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน พบว่ายังมีตำแหน่งงานที่ยังว่างอยู่ สำหรับส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศช่วงหลังสถานการณ์โควิด-19 จำนวน 49,077 อัตรา ในไต้หวัน ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี มาลาเซีย สิงคโปร์ และ อิสราเอล ซึ่งกระทรวงแรงงานจะประสานงานใกล้ชิดกับอีกหลายประเทศ เพื่อส่งคนไทยไปทำงานในอาชีพใหม่ๆ ได้ทันทีหลังสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย
2.ตำแหน่งงานในประเทศทั่วประเทศทั้งในภาคเอกชนจากระบบ Smart Job ที่เป็นงานประจำ และงาน part-time รวมทั้งตำแหน่งงานว่างในเขตพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ใน 3 จังหวัด คือ ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการขับเคลื่อนด้านแรงงาน เศรษฐกิจและสังคม จำนวน 42,367 อัตรา โดยข้อมูลจาก กองพัฒนาระบบบริการจัดหางาน กรมการจัดหางาน โดยตำแหน่งงานว่างทั่วประเทศที่นายจ้างต้องการมากเช่น แรงงานด้านการผลิต ช่างอัญมณีและช่างประดิษฐ์เครื่องประดับอื่นๆ ตัวแทนนายหน้าขายบริการธุรกิจอื่น ๆ พนักงานขายสินค้า (ประจำร้าน) พนักงานขายของหน้าร้าน
นายสุชาติ กล่าวว่า ส่วนตำแหน่งงานว่างในเขตพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ที่ความต้องการแรงงานมาก เช่น แรงงานด้านการผลิตอื่นๆ แรงงานทั่วไป พนักงานรักษาความปลอดภัย พนักงานบริการอื่นๆ ผู้ตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ ช่างเทคนิควิศวกรรมไฟฟ้า ช่างเทคนิควิศวกรรมโยธา (ก่อสร้าง) และ ยังได้สั่งการให้ทุกหน่วยในพื้นที่ เร่งหาตำแหน่งงานใหม่ๆเพิ่มขึ้น โดยทำงานเชิงรุก เดินหน้าเข้าหาสถานประกอบการ หาตำแหน่งทำงานที่ว่าง และ matching งาน ให้แก่ผู้ว่างงาน รวมทั้งมีการฝึกทักษะอาชีพ พร้อมสนับสนุนเบี้ยเลี้ยง โดยมีศูนย์อำนวยการแรงงานแห่งชาติ เป็นศูนย์บัญชาการกลาง
นายสุชาติ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ยังได้วางแนวทางใช้แพตฟอร์ม ชื่อ “ไทยมีงานทำ” ซึ่งเป็นการร่วมมือระหว่างสภาพัฒน์กับแบงค์ชาติ ร่วมกันจัดทำ ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี เพื่อแก้ปัญหาการว่างงาน โดยเฉพาะ ซึ่งจะรวบรวมตำแหน่งงานว่างจากภาครัฐ ภาคเอกชน และ โครงการเงินกู้กว่า 400,000 ตำแหน่ง เพื่อให้บริการประชาชน พร้อมการสมัครฝึกอบรมทั้ง online และ classroom เป็น platform เบ็ดเสร็จสำหรับการส่งเสริมการมีงานทำ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนา คาดว่าจะสามารถให้บริการประชาชนได้ภายในสิ้นเดือนนี้
นอกจากนี้ ทางรัฐบาล โดยกระทรวงแรงงานและกระทรวงต่างๆ ยังได้ ระดมกันจัดทำโครงการเพื่อจ้างงาน สร้างรายได้ เกือบ 100,000 อัตรา รองรับการแก้ปัญหาการว่างงานโดยเฉพาะ อาทิ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตร เป็นต้น สำหรับกระทรวงแรงงาน ในปีงบประมาณ 2564 ได้ขอจัดสรรเพื่อดำเนินโครงการจ้างงานให้กับประชาชน จำนวน 30,000 อัตรา เช่นกัน
“จากผลกระทบของโควิด-19 ทำให้ตลาดแรงงานในประเทศไทยมีความผันผวน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก อย่างไรก็ดี รัฐบาลได้ตระหนักว่า หากแรงงานในประเทศ ไม่มีงานทำนั้น ย่อมจะส่งผลต่อการใช้จ่ายของคนในประเทศ อาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อไป ถึงภาคส่วนอื่นๆ ทางรัฐบาล จะเร่งวางแนวทางและดำเนินมาตรการให้ครอบคลุมและให้ได้ผลดีที่สุดกับพี่น้องภาคแรงงานทุกกลุ่ม ให้ได้กลับเข้าสู่ระบบการจ้างงานให้ได้มากที่สุด และเกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไปในแนวทางที่ดีขึ้น เพราะว่าประเทศไทย เป็นที่ 1 ในโลก ที่แก้ไขปัญหาโควิด-19 ได้อย่างสมบูรณ์แบบ จนกิจการต่างๆในประเทศสามารถเปิดเป็นปกติได้เกือบ 100% แล้ว เป็นที่อิจฉาของนานาประเทศทั่วโลก” รมว.แรงงาน กล่าว.
คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่
เห็นด้วย
0%
ไม่เห็นด้วย
0%