รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายถาวร เสนเนียมแฉกลางสภาผู้แทนราษฎร
ปมภาระหนี้สินมหาศาลของการบินไทย อันเป็นปัจจัยสำคัญที่พาการบินไทยดิ่งเหวต่อเนื่องมาจนถึงวันที่เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ
1. รัฐมนตรีฯ ถาวร ได้ตั้งคณะทำงานตรวจสอบการบินไทยขึ้นมา 1 ชุด เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2563 มีพลตำรวจโทชาญเทพเสสะเวช อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเป็นประธาน มีคณะทำงาน33 คน
ปรากฏว่า ปฐมเหตุของการขาดทุนนั้น ในห้วงปี 2546 ถึง 2547 ยุครัฐบาลทักษิณ การบินไทยจัดซื้อเครื่องบิน a340 500 และเครื่องบินa340 600 รวม 10 ลำ เป็นเครื่องบินชนิด 4 เครื่องยนต์ และระบุว่าจะนำมาบินระหว่างประเทศ ไทยกับประเทศสหรัฐอเมริกา
เส้นทาง กรุงเทพฯ-ลอสแองเจลิส และกรุงเทพ-นิวยอร์ก
ผลของการดำเนินการบินในช่วงนั้นปรากฏว่าขาดทุนทุกเที่ยวบิน
แค่เพียง 2-3 ปีก็ขาดทุนไปแล้ว 12,000 ล้าน
หลังจากนั้น การบินไทยก็กลับมาคิดทบทวนใหม่นำเครื่องบิน 4 เครื่องยนต์ 10 ลำนี้ ไปบินในเส้นทางเส้นเพิ่มเติม อีก 51 เส้นทางก็ปรากฏว่ายังขาดทุนหนักไปกว่าเดิมขาดทุนไปอีกประมาณ 39,000 ล้านบาท
2. ตรวจสอบย้อนหลัง พบว่า ก่อนซื้อเครื่องบิน สภาพัฒน์ทำการทักท้วงแล้ว
ทักท้วงทั้งบอร์ดการบินไทย และทักท้วงทั้งทางรัฐบาล
แต่ก็ไม่ได้มีการรับฟังข้อทักท้วงของสภาพัฒน์
3. ขณะนี้เครื่องบินทั้ง 10 ลำนั้น ขายออกไปให้กองทัพอากาศแล้ว 1 ลำ
ที่เหลือยังคงจอดอยู่ และยังคงต้องเสียค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการบำรุงรักษา ค่าประกันภัย และค่าจอด
รวมแล้วตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ขาดทุนทั้งค่าด้อยค่าและค่าประกอบการขาดทุนทั้งหมดกว่า 62,000 ล้านบาท
4. ปัจจุบัน การบินไทยลดการถือหุ้นของกระทรวงการคลังที่ถือหุ้นอยู่ประมาณ 51% ไม่ให้ถือหุ้นเกิน 50% เพื่อเปลี่ยนจากรัฐวิสาหกิจ มาเป็นบริษัทปกติธรรมดาเป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์
เมื่อโอนหุ้นแล้ว การบินไทยก็ไม่ได้เป็นรัฐวิสาหกิจอีกต่อไป
รัฐมนตรีทุกคนไม่มีอำนาจที่จะกำกับ แต่รัฐบาลชุดนี้ก็ยังคงห่วงใย จึงตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 คณะ เพื่อดำเนินการติดตามให้เกิดความเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างการบินไทยกับรัฐบาล โดยมี นายวิษณุเครืองาม เป็นประธาน และมีกรรมการอื่นอีก 8 คน เพื่อติดต่อประสานงานในเหตุขัดข้องในการฟื้นฟูกิจการการบินไทยไปยังรัฐบาล และรัฐบาลจะมีคำแนะนำในการให้ความช่วยเหลืออย่างไร
เมื่อวันที่ 17 ที่ผ่านมานี้ ศาลได้ดำเนินการไต่สวนไปแล้วสองปากและวันที่ 20 และ 25 สิงหาคม ศาลนัดอีก 2 นัด ก็คงจะเสร็จสิ้น ขณะนี้ กระบวนการยังอยู่ระหว่างการไต่สวนของศาล
การบินไทย มีเจ้าหนี้อยู่ 2 ล้านกว่าคน
ยอดหนี้ทั้งหมด คือ 3 แสนกว่าล้านบาท
ในลูกหนี้ทั้งหมด 2 ล้านกว่าราย เจ้าหนี้รายใหญ่ให้ความร่วมมือหมดแล้ว และศาลก็ได้มีความเมตตาด้วยการให้เจ้าหนี้กับลูกหนี้ติดต่อประสานงานกันผ่านระบบออนไลน์
5. การฟื้นฟูมีความหวังหรือไม่ ?
นายถาวร ระบุว่า การบริหารแผนของนายชาญศิลป์ที่เข้ามากำกับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้แยกการบริหารจัดการออกเป็น 2 แนวทาง
แนวทางการบริหารภายใน ได้พบพนักงานและชี้แจงเริ่มต้นโครงการที่เรียกว่า Together we care นั่นคือขอความร่วมมือจากพนักงานทุกคนในการลดเงินเดือนลดรายได้ที่เคยได้รับปรากฏว่า80 ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ของพนักงานทั้งหมดจาก 2 หมื่นกว่าคนให้ความร่วมมือแม้แต่พนักงานที่มีเงินเดือนระดับ 20,000 กว่าบาทก็ให้ความร่วมมือ เพราะพวกเขาเหล่านั้นรักองค์กร
ถ้าแผนของการบินไทยฟื้นฟูเป็นไปตามที่คาดหวังและขณะนี้การลดค่าใช้จ่ายเป็นไปตามแผน การที่จะลดพนักงานหรือปรับออกนั้น ก็คงจะไม่เกิดขึ้น
แต่อย่างไรก็ตาม หากแผนฟื้นฟูที่ผ่านเข้าไปในศาลผู้บริหารแผนพบปัญหาอุปสรรค ก็อาจต้องใช้วิธีการลดพนักงานด้วยการสมัครใจลาออก โดยมีค่าตอบแทนและไม่มีการบังคับ นั่นคือสิ่งที่ต้องดำเนินการ
รัฐบาลระบุด้วยว่า ปัญหาใหญ่ คือ การบินไทยมีฝูงบินอยู่ทั้งหมด102 ลำ ปรากฏว่ามีเครื่องบินที่ต้องปลดระวาง และมีแผนที่ต้องจัดหาเครื่องบินเพิ่ม 38 ลำ ใช้เงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท ได้ให้นำโครงการดังกล่าวกลับไปทบทวนเรื่องการจัดซื้อทดแทนเครื่องบินกลุ่มไหน บินเส้นทางใดบ้าง ลำตัวกว้าง-ลำตัวแคบ วิสัยไกลวิสัยใกล้ ก็ไม่ได้มีคำตอบกลับมา ดังนั้น ตนจึงได้นำแผนนั้นกลับไปดำเนินการใหม่จนกระทั่งวันนี้ยังชะลอโครงการและไม่มีการจัดซื้อเครื่องบินใหม่มาถึงวันนี้ สุดท้าย คาดว่า จะลดจาก 102 ลำ เหลือฝูงบินของการบินไทยไม่เกิน 60 ลำ และลดประเภทจาก 11 แบบ ให้เหลือประมาณ 3 แบบ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย
และหากเป็นไปตามนี้ก็คาดหวังว่าการบินไทยจะต้องกลับมาฟื้นเป็นสายการบินแห่งชาติที่เราภาคภูมิใจรักคุณเท่าฟ้าอีกครั้งหนึ่ง
6. ปัจจัยความสำเร็จ รัฐมนตรีฯถาวร ชี้ว่า มี 3 ปัจจัย คือ
1) พนักงานการบินไทยและวัฒนธรรมของการบินไทย ว่าจะร่วมมือปรับเปลี่ยนจากความไม่เป็นรัฐวิสาหกิจที่ติดขัดโน่นนี่นั่นการตัดสินใจได้เร็ว ดำเนินการธุรกิจให้เป็นธุรกิจที่แท้จริงในอุตสาหกรรมการบินมีการแข่งขันกันมากขึ้นในปัจจุบัน
2) ผู้บริหารแผนจะต้องจริงใจและจริงจังในการบริหารแผน
3) แผนฟื้นฟู จะต้องฟังเจ้าหนี้ด้วย
หากสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว มั่นใจว่า Together we care เราไปด้วยกันได้ และสามารถฟื้นฟูกิจการไทยให้กลับมาฟื้นฟูได้
สารส้ม