อัสมา เจ๊ะมะ นักกีฬาปันจักสีลัตทีมชาติไทย ประเภทร่ายรำหญิง วัย 22 ปี ดีกรีเหรียญทอง กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 29 ที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อปี 2017 ถูกมิจฉาชีพประเภทขายของออนไลน์หลอกให้ร่วมกระทำผิด ก่อนโดนหมายเรียกจากตำรวจข้อหาเป็นผู้ร่วมกระทำการฉ้อโกงลูกค้าออนไลน์ 10 กว่าเจ้า ต้องชดใช้เงินรวมเป็นจำนวน 42,000 บาท นายนักรบ ทองแดง ประธานฝ่ายเทคนิค สมาคมกีฬาปันจักสีลัตแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระบาด ทำให้เด็กนักกีฬาและเยาวชนที่ครอบครัวไม่ได้มีกำลังทรัพย์แข็งแรงทั่วประเทศ มีความลำบากในการใช้ชีวิตอย่างมาก ซึ่งกลุ่มนักกีฬาปันจักสีลัตที่อยู่ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ก็เช่นกัน อัสมา เจ๊ะมะ เองก็เป็นหนึ่งในนั้น เจ้าตัวจึงได้ตัดสินใจสมัครหางานในอินเทอร์เน็ตและได้พบกับงานขายของออนไลน์ที่กำลังรับสมัครพนักงานขายอยู่ ซึ่งเพียงแค่ตัวอยู่บ้านก็สามารถทำงานได้โดยไม่ต้องเดินทาง อัสมาจึงตกลงใจที่จะสมัคร เพราะต้องการหาเงินเพื่อมาจุนเจือครอบครัว ทั้งนี้ นายนักรบได้กล่าวว่า ในช่วงต้นที่อัสมาได้กรอกข้อมูลสมัครงาน ก็ได้มีการบังคับให้กรอกข้อมูลเลขบัญชีธนาคารที่ใช้ในอินเตอร์เน็ต แบงกิ้ง บนโทรศัพท์ตนเอง โดยขั้นตอนการทำงานของกลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มนี้คือ ได้เปิดเพจให้คนมาซื้อของออนไลน์ พอลูกค้าโอนเงินเข้ามา ตัวเงินก็จะเดินทางต่อไปเข้าที่บัญชีของอัสมา ก่อนที่อัสมาจะทำการโอนไปตามบัญชีวอลเลตที่กลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มนี้ได้แจ้งให้กับเจ้าตัว แต่สุดท้ายแล้วลูกค้าไม่ได้รับสินค้าตามข้อตกลง ซึ่งการโอน 1 ครั้ง อัสมาจะได้ค่าจัดการจำนวน 100 บาท รวมตลอดระยะเวลาที่อัสมาได้จัดการโอนให้กลุ่มมิจฉาชีพนี้ทั้งหมดเป็นจำนวน 10 กว่าครั้ง กระทั่งช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ได้มีหมายเรียกจากตำรวจจำนวน 2 หมาย จาก 2 เจ้าทุกข์มายังที่บ้านของ อัสมา เจ๊ะมะ โดยเป็นการถูกแจ้งความว่ามีส่วนร่วมเป็นผู้กระทำการฉ้อโกง อัสมาจึงได้ไปแจ้งความที่โรงพักเพื่อบอกว่าตนไม่ทราบเรื่องว่ากลุ่มขายของออนไลน์กลุ่มนี้เป็นมิจฉาชีพหลอกลวงลูกค้า แต่ตำรวจไม่รับแจ้ง เพราะจากหลักฐานนั้นยังยืนยันว่าปันจักสีลัตสาวมีส่วนร่วมกระทำความผิดจริง หลังจากนั้น อัสมาจึงได้เริ่มปรึกษาผู้ใหญ่ของสมาคมกีฬาปันจักสีลัตแห่งประเทศไทย และผมจึงได้นำเรียนแก่ ท่านภาณุ อุทัยรัตน์ นายกสมาคม โดยท่านนายกเล็งเห็นว่าในเรื่องนี้คงยากในการที่จะไปฟ้องร้องกลับ เพราะจากตัวหลักฐานแล้วอัสมาค่อนข้างเสียเปรียบ และการตามตัวเพจขายสินค้าออนไลน์ถือเป็นเรื่องยากมาก ข้อสรุปของเรื่องนี้นั้นท่านนายกจึงได้ตัดสินใจใช้เงินส่วนตนช่วยเหลืออัสมาที่ครอบครัวไม่ได้แข็งแรงอย่างเต็มที่ โดยเบื้องต้นคาดว่าจะมีผู้ร้องทุกข์มายังอัสมาจำนวน 10 กว่าราย จากจำนวนครั้งที่อัสมาได้โอนเงินวอลเลตไปให้ ซึ่งอัสมาต้องชดใช้รวมเป็นเงินถึง 42,000 บาท ด้วยกัน โดยตอนนี้ท่านนายกได้มอบเงินก้อนแรกเพื่อไปชดใช้ให้แก่ผู้ร้องทุกข์ 2 เจ้าแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเป็นเงินจำนวน 7,000 บาท และ 7,500 บาท ซึ่งได้ชดใช้ต่อหน้าตำรวจด้วย หลังจากนี้หากมีผู้ร้องทุกข์ยื่นหมายแจ้งความมาอีก ท่านนายกก็จะมอบเงินทยอยให้อัสมาได้ไปชดใช้ต่อไป” นายนักรบ กล่าว นอกจากนี้ ประธานฝ่ายเทคนิค สมาคมกีฬาปันจักสีลัตฯ ยังเผยอีกว่า ในตอนนี้อัสมามีความรู้สึกเสียใจอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของตนเอง เพียงเพราะอยากจะหาเงินในช่วงที่ไวรัสกำลังระบาดมาช่วยเหลือครอบครัว และขอโทษทุกๆ คน ทั้งคนรอบข้างและท่านนายกสมาคมที่ต้องทำให้เดือดร้อน ขณะที่ทาง ท่านภาณุ อุทัยรัตน์ นายกสมาคม ก็ได้บอกกับทางอัสมา ว่า ให้ตั้งใจทำหน้าที่เพื่อรับใช้ประเทศชาติอย่างดีที่สุดต่อไป รวมทั้งฝากให้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้แก่นักกีฬาและคนทั่วไปทั้งประเทศต่อไปอีกด้วย อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร Add friend ที่ @Siamsport
Previous Articleบริษัท สินโชคสยาม จำกัด
Next Article บริษัท เอเซีย พลาสแพ็ค กรุ๊ป จำกัด