เผยแพร่: 21 ส.ค. 2563 13:41
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของ COIVD-19 ได้ทำให้องค์กรธุรกิจหลายแห่งในประเทศไทย ตระหนักถึงการเตรียมความพร้อมของบุคลากรให้สามารถเฝ้าระวัง และติดตามการใช้ชีวิตเพื่อป้องกันความเสี่ยงในการติดโรคระบาดขึ้นล็อกซเล่ย์ เป็นหนึ่งในองค์กรธุรกิจที่มีบริษัทในเครือขนาดใหญ่ ให้บริการครอบคลุมหลากหลายภาคส่วน ทำให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลเล็งเห็นถึงความสำคัญของการมีแพลตฟอร์มเพื่อให้พนักงานสามารถเข้ามาใช้งานเพื่อร่วมกันลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ภายในองค์กรทำให้เกิดการกจับมือกับบริษัทลูก K2VC และ IfYouCan ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญด้านโมบายแอปพลิเคชัน ร่วมพัฒนาโมบายแพลตฟอร์ม “CareChek” นวัตกรรมช่วยสถานที่ทำงานบริหารความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเชิงรุก วิเคราะห์ผลอย่างรวดเร็วและแม่นยำนายวสันต์ จาติกวณิช กรรมการบริษัท บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย กลุ่มบริษัท ล็อกซเล่ย์จึงได้เริ่มจัดตั้งคณะทำงานติดตามและป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าวตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา โดยได้กำหนดมาตรการต่างๆ และได้รับความร่วมมืออย่างเต็มที่จากทั้งผู้บริหารและพนักงานโดย CareChek เป็นโมบายแพลตฟอร์มที่ใช้ประเมินความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นรายบุคคล ช่วยบริหารจัดการความเสี่ยงในการนำโรคติดต่อเข้ามาในสถานที่ทำงาน นวัตกรรมนี้ใช้การวิเคราะห์เชิงทำนาย (Predictive analytics) เพื่อคัดกรองพนักงานตามความเสี่ยงของการสัมผัสกับโรคก่อนที่พวกเขาจะติดเชื้อระบบจะวิเคราะห์และคำนวณระดับความเสี่ยงผ่านการผสมผสานของข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เช่น การรายงานอาการของพนักงาน ระบบพิกัด (geo-location) ข้อมูลวิจัยทางการแพทย์ และข้อมูลประชากรศาสตร์ เพื่อช่วยจำแนกพนักงานที่อาจมีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อ ซึ่งแนวคิดนี้มีความแตกต่างจากวิธีติดตามการระบาดทั่วๆ ไป ที่มีการเจาะจงการติดเชื้อ และต้องใช้กำลังคนจำนวนมากในการใช้งานให้เกิดผลตามเป้าหมาย“ระบบนี้เริ่มใช้งานจริงกับพนักงานในกลุ่มบริษัทล็อกซเล่ย์ เป็นเวลากว่า 3 เดือน ขณะนี้พร้อมให้บริการแก่องค์กรต่างๆ ที่สนใจแล้ว โดยเฉพาะองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรที่บุคลากรมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทางล็อกซเล่ย์ยินดีให้สมัครใช้บริการฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมให้ก้าวผ่านสถานการณ์ร้ายแรงนี้ไปด้วยกัน และในอนาคตเรายังมีแผนพัฒนาแพลตฟอร์ม CareChek ให้เพื่อรองรับโรคติดต่อร้ายแรงอื่นๆ อีกด้วย”แพลตฟอร์ม CareChek จะทำงานร่วมกับแอปพลิเคชัน NotifyMe ของบริษัท IfYouCan พันธมิตรทางธุรกิจของล็อกซเล่ย์ โดยผู้ใช้จะต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน NotifyMe ติดตั้งบนเครื่องโทรศัพท์มือถือก่อน แล้วจึงลงทะเบียนเข้าใช้งานในแง่ผู้ใช้งานที่เป็นพนักงานในองค์กร เพียงแค่เข้าไปตอบคำถามสุขภาพของตนเองในตอนเช้าทุกวัน ซึ่งข้อมูลจากพนักงานแต่ละคนจะหลั่งไหลเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Big Data ที่จะนำมาวิเคราะห์ โดยประโยชน์ที่ได้รับคือ การป้องกันการแพร่ระบาดแบบเชิงรุก สร้างความสบายใจให้แก่พนักงาน คู่ค้า ลูกค้าและครอบครัวขณะที่แอดมินของแต่ละองค์กรจะเป็นผู้เฝ้าระวังความเสี่ยง โดยจะได้รับข้อมูลแบบ near real-time แสดงผลบนแดชบอร์ด มีการประเมินความเสี่ยงในการติดเชื้อด้วยอัลกอริธึมที่เชื่อถือได้ จุดเด่นคือ การวิเคราะห์ความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคในเชิงรุก ทำให้เราสามารถบริหารจัดการบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการร่วมกันป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 และถือเป็นช่วงเวลาที่ดีในการสร้างความคุ้นเคยและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของพนักงานสู่วิถีใหม่ และเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับองค์กร หากมีกรณีการระบาดระลอก 2 ในประเทศไทยทั้งนี้ ในแง่ความปลอดภัยในการเก็บข้อมูล CareChek จะแบ่งการเก็บข้อมูลออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ ข้อมูลที่พนักงานกรอกเข้าไปในแพลตฟอร์มนั้นจะใช้ Digital ID แทน เพื่อไม่ให้สามารถระบุตัวตนของผู้ใช้งานได้ ช่วยให้พนักงานไม่ต้องกังวลว่าข้อมูลสถานที่ต่างๆ จะถูกตรวจสอบโดยบริษัทถัดมาคือ ข้อมูลที่จะแจ้งเข้าไปยังบริษัทจะเป็นลักษณะของภาพรวมของพนักงานทั้งหมด เมื่อเจอเคสต้องสงสัย จะต้องทำการเปรียบเทียบ Digital ID เข้ากับรหัสพนักงานที่ฝ่าย HR มี เพื่อทำการสอบสวนโรคภายในต่อไป ซึ่งจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับข้อมูลสถานที่ต่างๆ“ประโยชน์ของ CareChek คือการช่วยลดจำนวนพนักงานที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อ ซึ่งเมื่อมีแพลตฟอร์มนี้จะช่วยให้สามารถระบุจำนวนบุคลากรที่มีความเสี่ยงในการสัมผัสอย่างใกล้ชิด ในปริมาณที่สามารถตรวจสอบได้ง่ายขึ้น ซึ่งถ้าไม่มีการใช้งานแพลตฟอร์มในลักษณะนี้องค์กรธุรกิจอาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการสืบสวนโรคนานขึ้น และทำให้เสียโอกาสทางธุรกิจได้”